"โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ)"
เริ่มต้นจากเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 54 นายสมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา
รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และคณะ ได้เข้าหารือพิจารณาจุดก่อสร้าง สะพานฯ
ต่อท่านเจ้าแขวงบอลิคำไซ โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นของที่ตั้งโครงการ คือ
แยกออกจากทางหลวงหมายเลข 212 ตอนหนองคาย-บึงกาฬ บริเวณ ก.ม.123+500
ด้านซ้ายทางบ้านเชือมเหนือ ต.ไคลี จ.บึงกาฬ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา
ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 13 ก.ม. ความกว้างของแม่น้ำโขงบริเวณนี้ อยู่ที่ประมาณ
0.98 กม. และข้ามแม่น้ำโขง เชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 13 ที่บ้านกล้วย เมืองปากซัน
แขวงบอลิคำไซ สปป.สาว ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาทางหลวง ที่ สปป.ลาว
จะก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองปากซันด้านตะวันออก คาดว่าจะใช้งบประมาณ 2,800 ล้านบาท
ภาคเอกชนบึงกาฬเชื่อมั่นว่า หากโครงการสะพานมิตรภาพไทย-ลาว
ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่าย
จะสามารถเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนให้กับจังหวัดบึงกาฬมากกว่าเดิมถึง 10 เท่า
ที่สำคัญ ยังเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว รองรับการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ
การขนส่ง การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
ตลอดจนการเตรียมความพร้อมในการเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558
"ประเสริฐ อดุลสุทธานนท์" ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ
เปิดเผยว่าปัจจุบันราคาที่ดินโซนจุดก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว
หรือสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 5 ณ บ้านห้วยเซือมเหนือ ตำบลไคสี บนถนนสาย 212
มุ่งไปทางหนองคาย ประมาณ 12 กิโลเมตร ปรับตัวสูงขึ้นเป็นไร่ละ 1.5 ล้านบาท
จากเดิมไร่ละ 5-7 แสนบาท ส่วนบริเวณรัศมี 500 เมตรแรกของถนนสาย 212
เส้นทางหนองคาย-บึงกาฬ-นครพนม ซึ่งกำลังก่อสร้างเป็น 4 เลน
ปรับตัวสูงขึ้นกว่าเท่าตัว จากไร่ละ 2 ล้านบาทเป็น 6-8 ล้านบาท เลยไปอีก 500 เมตร
ราคาลดหลั่นลงมาราว 5-6 ล้านบาท
เนื่องจากในอนาคตมีความชัดเจนว่าถนนสายนี้จะเป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ
"ปัจจุบันมูลค่าการค้าชายแดนบึงกาฬมีมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท ขณะที่ในอนาคตถนนสาย
212 จะเป็นถนนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญ เพราะมีโรงแรม ห้างสรรพสินค้า
และมีศาลากลางจังหวัดแห่งใหม่ หากมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5
เกิดขึ้นก็จะเพิ่มมูลค่าให้กับบึงกาฬอย่างมหาศาล"
ประเสริฐยังวิเคราะห์ว่า
นอกจากสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่จะส่งผลดีต่อด้านการค้าการลงทุนแล้ว
ยังเกิดประโยชน์กับภาคการท่องเที่ยวอีกด้วย
เนื่องจากจังหวัดบึงกาฬมีวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ค่อนข้างสมบูรณ์
รวมไปถึงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทย ลาว และเวียดนาม
และยังเชื่อมต่อไปยังจีนตอนใต้อีกด้วย
ซึ่งทั้งหมดสามารถตอบโจทย์ในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้อย่างชัดเจน
นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ
ท่ามกลางสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงในจังหวัดบึงกาฬ สำหรับสะพานเชื่อมฝั่งไทย-ลาว
ปัจจุบันมีอยู่แล้ว 4 แห่ง แห่งที่ 1 ข้ามแม่น้ำโขงที่หนองคาย-ท่านาแล้ง
เชื่อมสู่ภาคเหนือของ สปป.ลาว แห่งที่ 2 ที่มุกดาหาร-แขวงสะหวันนะเขต
เชื่อมสู่ภาคใต้ของ สปป.ลาว และเวียดนาม แห่งที่ 3 ที่นครพนม-แขวงคำม่วน
เชื่อมต่อระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ไปสู่ภาคกลางของ สปป.ลาว
รวมถึงภาคกลางของเวียดนามและจีน แห่งที่ 4 ที่เชียงราย-แขวงบ่อแก้ว
เชื่อมต่อเชียงราย-คุนหมิง ผ่าน สปป.ลาว

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น