วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

 "โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ)"
 
เริ่มต้นจากเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 54 นายสมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และคณะ ได้เข้าหารือพิจารณาจุดก่อสร้าง สะพานฯ ต่อท่านเจ้าแขวงบอลิคำไซ โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นของที่ตั้งโครงการ คือ แยกออกจากทางหลวงหมายเลข 212 ตอนหนองคาย-บึงกาฬ บริเวณ ก.ม.123+500 ด้านซ้ายทางบ้านเชือมเหนือ ต.ไคลี จ.บึงกาฬ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 13 ก.ม. ความกว้างของแม่น้ำโขงบริเวณนี้ อยู่ที่ประมาณ 0.98 กม. และข้ามแม่น้ำโขง เชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 13 ที่บ้านกล้วย เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.สาว ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาทางหลวง ที่ สปป.ลาว จะก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองปากซันด้านตะวันออก คาดว่าจะใช้งบประมาณ 2,800 ล้านบาท ภาคเอกชนบึงกาฬเชื่อมั่นว่า หากโครงการสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่าย จะสามารถเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนให้กับจังหวัดบึงกาฬมากกว่าเดิมถึง 10 เท่า ที่สำคัญ ยังเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว รองรับการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ การขนส่ง การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ตลอดจนการเตรียมความพร้อมในการเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558
"ประเสริฐ อดุลสุทธานนท์" ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่าปัจจุบันราคาที่ดินโซนจุดก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว หรือสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 5 ณ บ้านห้วยเซือมเหนือ ตำบลไคสี บนถนนสาย 212 มุ่งไปทางหนองคาย ประมาณ 12 กิโลเมตร ปรับตัวสูงขึ้นเป็นไร่ละ 1.5 ล้านบาท จากเดิมไร่ละ 5-7 แสนบาท ส่วนบริเวณรัศมี 500 เมตรแรกของถนนสาย 212 เส้นทางหนองคาย-บึงกาฬ-นครพนม ซึ่งกำลังก่อสร้างเป็น 4 เลน ปรับตัวสูงขึ้นกว่าเท่าตัว จากไร่ละ 2 ล้านบาทเป็น 6-8 ล้านบาท เลยไปอีก 500 เมตร ราคาลดหลั่นลงมาราว 5-6 ล้านบาท เนื่องจากในอนาคตมีความชัดเจนว่าถนนสายนี้จะเป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ "ปัจจุบันมูลค่าการค้าชายแดนบึงกาฬมีมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท ขณะที่ในอนาคตถนนสาย 212 จะเป็นถนนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญ เพราะมีโรงแรม ห้างสรรพสินค้า และมีศาลากลางจังหวัดแห่งใหม่ หากมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 เกิดขึ้นก็จะเพิ่มมูลค่าให้กับบึงกาฬอย่างมหาศาล"

ประเสริฐยังวิเคราะห์ว่า นอกจากสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่จะส่งผลดีต่อด้านการค้าการลงทุนแล้ว ยังเกิดประโยชน์กับภาคการท่องเที่ยวอีกด้วย เนื่องจากจังหวัดบึงกาฬมีวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ค่อนข้างสมบูรณ์ รวมไปถึงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทย ลาว และเวียดนาม และยังเชื่อมต่อไปยังจีนตอนใต้อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดสามารถตอบโจทย์ในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้อย่างชัดเจน นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ท่ามกลางสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงในจังหวัดบึงกาฬ สำหรับสะพานเชื่อมฝั่งไทย-ลาว ปัจจุบันมีอยู่แล้ว 4 แห่ง แห่งที่ 1 ข้ามแม่น้ำโขงที่หนองคาย-ท่านาแล้ง เชื่อมสู่ภาคเหนือของ สปป.ลาว แห่งที่ 2 ที่มุกดาหาร-แขวงสะหวันนะเขต เชื่อมสู่ภาคใต้ของ สปป.ลาว และเวียดนาม แห่งที่ 3 ที่นครพนม-แขวงคำม่วน เชื่อมต่อระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ไปสู่ภาคกลางของ สปป.ลาว รวมถึงภาคกลางของเวียดนามและจีน แห่งที่ 4 ที่เชียงราย-แขวงบ่อแก้ว เชื่อมต่อเชียงราย-คุนหมิง ผ่าน สปป.ลาว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น