วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เที่ยวเมืองไทย ไม่ไป ไม่รู้


This is Thailand

Thailand is much more than the tropical vacation paradise shown on travel posters. In a few short decades, the Kingdom has transformed itself from an agricultural country into an emerging economy and active contributing member of the global community of nations. During the same short period, a rich tradition of cultural openness and adaptability has provided the resources a maturing participatory democracy with a strong 

ไทยเที่ยวไทย


ไปเที่ยวไหนไกลไกลทำไมเล่า
หันมาดูบ้านเราบ้างเถิดหนา
สิ่งดีดีมีมากมายใกล้สายตา
ไหงมองข้ามเหมือนว่าค่าไม่มี
โน่นฝรั่งยังหลงไหลในความงาม
คอยติดตามถามไถ่ไปทุกที่
ธรรมชาติวาดแต่งแต้มแต่ละปี
ชวนเชิญชมชี้ชักรู้จักครัน
ดอกไม้บานสะพรั่งทั้งเมืองไทย
เฝ้าแกว่งไกวไหวเอนอวดสีสัน
ชมพูม่วงเหลืองแดงขาวหลากหลายพรรณ
รอต้อนรับทุกท่านให้เยี่ยมเยือน
นั่นสายน้ำลงมาจากขุนเขา
หยิบยื่นเอาความชุ่มฉ่ำมาสู่เพื่อน
แวะทักทายกันหน่อยอย่าแชเชือน
เอ่ยแย้มเยื้อนผ่อนพักจนหนักคลาย
หรือจะไปล่องเรือทะเลกว้าง
ปลดปล่อยวางบางสิ่งทิ้งจมหาย
ฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งยังหาดทราย
พอสบายต่อเติมเพิ่มแรงใจ
อีกศิลปวัฒนธรรมอันล้ำเลิศ
เอกลักษณ์ที่ชูเชิดทุกสมัย
ทั่วทุกภาคอยากรู้ดูอะไร
ช้าอยู่ใยเร่งรีบไวทัศนา
ไทยเที่ยวไทยช่วยไทยให้พลิกฟื้น
เศรษฐกิจไทยลืมตาตื่นขึ้นดั่งว่า
ไทยเที่ยวไทยใช้ของไทยย่อมนำพา
ไทยรุ่งเรืองพัฒนากว่าที่เป็น


วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ปัดฝุ่นทางหลวง304เชื่อมสะพาน ผุดอุโมงค์ ทางเดินสัตว์ป่า
  ถนนสายเล็กๆ ที่คดเคี้ยวตามแนวทิวเขา สองข้างทางโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ คือถนนสายนครราชสีมา-บ้านบุไผ่-กบินทร์บุรี หรือที่รู้จักกันในชื่อ ทางหลวงหมายเลข 304 ถนนสายประวัติศาสตร์ที่ขนาบข้างด้วยอุทยานแห่งชาติ 2 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติทับลาน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ผืนป่าที่หลายคนรู้จักในชื่อผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าน้อยใหญ่ แถมมีความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นผืนป่าที่ถือว่าอุดมสมบูรณ์ มีความโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2548 ยูเนสโกประกาศให้ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 2 ของไทย
ทางหลวงหมายเลข 304 เป็นเส้นทางสายยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าด้วยกัน เส้นทางสายหลักที่รองรับการขนส่งสินค้าจากอีสานสู่ท่าเรือแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก กรมทางหลวงจึงบรรจุเส้นทางสายนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งในการก่อสร้างขยายเส้นทางเป็น 4 ช่องจราจร มีชื่อว่าโครงการก่อสร้างสายประธานเป็น 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 304 ตอน อ.กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย โดยทยอยสร้างตั้งแต่ปี 2538 การขยายถนนได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เว้นเพียงบางช่วงคือ กม.26-29 และ กม.42-57 ที่ยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่รอยต่อของอุทยาน 2 อุทยานผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเมื่อปี 2548 จากนั้นในปี 2552 กรมทางหลวงได้ให้บริษัทที่ปรึกษาจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ ของโครงการสาย 304 เพื่อแก้ปัญหาที่จะกระทบกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นี้
อดุลย์ เชาว์วาทิน ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 8 (นครราชสีมา) ระบุว่า ที่ผ่านมาได้ดำเนินการขยายถนนมาอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงความต้องการของประชาชน และรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันมีรถที่ใช้เส้นทางสายกบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย เฉลี่ยกว่า 2 หมื่นคันต่อวัน ในจำนวนนี้ร้อยละ 30 เป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ ทำให้เกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และทำให้มีผู้เสียชีวิตอยู่แทบทุกเดือน
"ในปี 2552 กรมทางหลวงให้บริษัทที่ปรึกษาจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ของโครงการทางหลวงสาย 304 และทางเชื่อมผืนป่ามรดกโลก ใช้เวลาพิจารณานาน 5 ปี กระทั่งวันที่ 23 กรกฎาคม 2557 คณะกรรมการระดับชาติ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม มีมติอนุมัติให้ดำเนินการโครงการขยายถนนสาย 304 ตอน อ.กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย ภายใต้การประชุมที่ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย หัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ร่วมประชุมด้วย"ประชุมด้วย"
ส่วนข้อกังวลที่เกรงว่าการขยายถนนสาย 304 จะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้น อดุลย์ กล่าวว่า การศึกษาผล กระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ กรมทางหลวงได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด พร้อมประชาสัมพันธ์ให้รู้ความคืบหน้า ส่วนช่วงที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่านั้น ได้ให้บริษัทออกแบบการก่อสร้างถนนให้เชื่อมผืนป่า ที่ผ่านมามีการนำเสนอ 5 รูปแบบ คือ 1.รูปแบบอุโมงค์ผ่านเขา 2.รูปแบบทางยกระดับ 3.รูปแบบอุโมงค์ชนิดตัดติดแล้วแบบถมกลับ 4.รูปแบบผสมผสาน และ 5.รูปแบบทางเชื่อมผืนป่าสำหรับสัตว์ข้ามเป็นแห่งๆ
"สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องการเดินข้ามทางของสัตว์ป่าในเขตอุทยาน หลายฝ่ายมีความเห็นร่วมกันในการก่อสร้างแบบผสมผสาน เพราะว่ามีความเหมาะสม โดยปรับแนววิ่งให้มีช่องลอดเพียงพอสำหรับสัตว์เดินลอด หรือลดระดับการก่อสร้างเพื่อวางโครงสร้างอุโมงค์ตื้นแล้วถมดิน เหนืออุโมงค์เป็นทางสำหรับสัตว์เดินข้าม รูปแบบการก่อสร้างจะพิจารณาจากเส้นทางเดินของสัตว์ป่าควบคู่กับลักษณะภูมิประเทศสองข้างทาง โดย กม.ที่ 42+600-42+930 จะก่อสร้างเป็นทางยกระดับ 2 สะพานคู่ให้รถขับด้านบน สัตว์ป่าเดินลอดด้านล่าง ติดตั้งแผงป้องกันเสียงดังรบกวนจากรถยนต์ ส่วน กม.ที่ 42+750 และ 42+8004 ให้มีทางข้ามสำหรับสัตว์ที่อาศัยเรือนยอด หรือสะพานลิง" ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 8 (นครราชสีมา) บอก
สำหรับชาวบ้านที่ใช้เส้นทางสาย 304 ในการเดินทางเป็นประจำ อย่าง วิโรจน์ ใจตรง อยู่บ้านเลขที่ 260 หมู่ 4 ต.พราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ต้องการให้มีการขยายถนนเป็น 4 เลน ความคับคั่งด้านการจราจร รวมถึงอุบัติเหตุที่เกิดความสูญเสียบ่อยครั้ง ทำให้เห็นด้วยกับการขยายถนน เพราะต้องการให้ชาวบ้าน ลูกหลานได้รับความปลอดภัย
"ชุมชนยอมรับกับการก่อสร้าง เพราะโครงการนี้มีการพูดคุย ศึกษาผลกระทบกันมานาน ชาวบ้านเองเคยร่วมแสดงความคิดเห็นในเวทีประชุมที่หน่วยงานจัดขึ้น เมื่อเห็นรูปแบบผสมผสานที่ทางหลวงนำเสนอ คิดว่าสัตว์สามารถใช้เส้นทางได้ เพราะรถที่เข้ามาจะลอดใต้อุโมงค์ ด้านบนเป็นผืนป่า เพราะสภาพภูมิประเทศเดิม พื้นที่ที่จะก่อสร้างเป็นผืนป่าเดียวกัน ความสงบเงียบ ไม่มีเสียงรบกวน ทำให้สัตว์ป่าเดินข้ามทางแน่นอน โครงการจึงได้ประโยชน์ทั้งคนและสัตว์" วิโรจน์ แสดงความเห็น
การติดตามโครงการขยายทางหลวง 304 มาอย่างต่อเนื่อง สมบูรณ์ สิงกิ่ง แกนนำเครือข่ายอนุรักษ์ต้นน้ำมูน ระบุว่า ระยะแรกที่รู้ข่าวว่าจะมีการขยายถนนในกลุ่มนักอนุรักษ์ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อผืนป่าดงพญาเย็น ทั้งเรื่องการตัดไม้ สัตว์น้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่ในผืนป่าแห่งนี้ ทั้งนี้ทุกฝ่ายมีความเห็นร่วมกันว่า รัฐบาลจะต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า โครงการขยายถนนจะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีมาตรการที่เหมาะสมไม่ให้เกิดผลกระทบเพิ่มขึ้นหลังการก่อสร้าง
"ชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการก่อสร้างขยายถนนสาย 304 เพราะมีปัญหาเรื่องอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ในส่วนของการออกแบบเชื่อมผืนป่าเพื่อให้สัตว์สามารถข้ามไปมาได้นั้น ทราบว่ามีการอนุมัติรูปแบบที่เหมาะสมแล้ว แต่ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องรายละเอียดในการก่อสร้างว่าตรงตามที่เสนอมาหรือไม่ หากสร้างแล้วจะส่งผลกระทบต่อชุมชน สัตว์ป่าอย่างไร การออกแบบก่อสร้างอุโมงค์ไม่แน่ใจว่าจะมีระบบป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุ เพราะระยะทางยาวกว่า 500 เมตร ในส่วนการออกแบบที่เป็นทางให้สัตว์ข้าม คิดว่าทางผู้ออกแบบได้ออกแบบได้ดีพอสมควร" สมบูรณ์ ยอมรับ
ส่วนประเด็นที่สร้างความกังวลในเรื่องเกี่ยวกับมาตรการดูแลความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนช่วงผ่านอุโมงค์ รวมถึงมาตรการควบคุมความเร็วในการขับขี่ โดยเฉพาะรถบรรทุกที่ขนสารเคมี เมื่อเกิดอุบัติเหตุมาตรการที่นำมาใช้จะได้ผลหรือไม่ ถึงแม้รัฐบาลไทยจะมีความคืบหน้าในการอนุมัติการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว อ้างอิงจากรายงานสถานภาพด้านการอนุรักษ์ ปี 2556 ของคณะกรรมการมรดกโลก อ้างว่า ข้อมูลที่ได้รับไม่ได้นำเสนอข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบต่อความโดดเด่นของผืนป่า ไม่มีมาตรการบรรเทาผลกระทบที่เหมาะสม ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของการจราจรและการควบคุมความเร็วในการใช้ถนน
และเมื่อวันที่ 13-17 มกราคม 2557 คณะทำงานจากองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ไอยูซีเอ็น ลงพื้นที่สำรวจผืนป่า จากนั้นไทยได้ส่งรายงานสถานะด้านการอนุรักษ์ในเดือนกุมภาพันธ์ และให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการอนุรักษ์และมาตรการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการขยายทางหลวง เช่น การปลูกป่า ทำโป่งเทียม รั้ว เป็นต้น จนล่าสุดคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่ตั้งขึ้นโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้อนุมัติรายงาน
แต่ในความเห็นของ ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน แล้ว เขาประกาศมาคัดค้านแล้วหลายเวที ว่า หากกรมทางหลวงจะขยายถนนตามโครงการนี้ คงจะต้องเจอกับเขาแน่
เมื่อโครงการผ่านความเห็นชอบจากคสช. สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนได้ออกแถลงการณ์คัดค้านไม่เห็นด้วย และภายหลังจากที่ยื่นหนังสือฟ้องร้องต่อศาลปกครองแล้ว ศรีสุวรรณให้ความเห็นว่า โครงการนี้อาจจะไปกระทบต่อการทำทะเบียนขึ้นมรดกโลก ที่สำคัญก็คือ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเองเพิ่งได้รับการ แต่งตั้งมาเพียงไม่กี่วัน จะสามารถมาทำความเข้าใจในรายละเอียดรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งมีความหนาเป็นพันๆ หน้า โดยใช้ระยะเวลาตรวจสอบเพียงไม่กี่นาทีได้อย่างไร
ศรีสุวรรณ ย้ำว่า การขึ้นทะเบียนมรดกโลก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบมักกล่าวอ้างว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญของมรดกโลกที่เร่งรัดให้หน่วยงานรัฐไทยจำเป็นต้องรีบแก้ไขด้วยวิธีการทำอุโมงค์ต่างๆ จึงคิดว่าในช่วงระยะเวลาที่ได้ประกาศหรือขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก กลับไม่มีข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณชนว่าทางหน่วยงานมีเงื่อนไขที่จะทำอุโมงค์เพื่อป้องกันอุบัติเหตุต่อสัตว์
"แต่ที่แปลกก็คือ เหตุใดจึงมาเปิดเผยข้อมูลในช่วงที่ทำโครงการ มันเหมือนเป็นข้อพิรุธมากกว่า ที่ไม่เปิดเผยหรือปิดบังข้อมูลข่าวสารภาคประชาชนมาโดยตลอดตั้งแต่การขึ้นทะเบียนมรดกโลก จึงเป็นคำถามที่หน่วยงานรัฐต้องตอบให้ได้ ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะถือว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารพ.ศ. 2540 โดยชัดเจน"
เขายังวิจารณ์บทบาทของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมชุดใหม่ว่า เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ปกป้อง คุ้มครอง และดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน้าที่คือต้องปกป้อง คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ "ทุกวันนี้ประเทศของเราเลยมีพื้นที่สำหรับอนุรักษ์ลดน้อยลง สาเหตุล้วนมาจากการเอื้อผลประโยชน์ให้แก่นายทุนทั้งสิ้น อาทิ ผู้ประกอบการที่ลงทุนทำนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ปราจีนบุรี พื้นที่โคราช พื้นที่ภาคอีสาน โดยใช้เส้นทางถนน 304 นี้เป็นหลัก"
ล่าสุดอ้างอิงจากรายงานสถานภาพด้านการอนุรักษ์ ปี 2557 เสนอให้คณะกรรมการมรดกโลกลงชื่อผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ให้อยู่ในรายชื่อมรดกโลกที่อยู่ในอันตราย เนื่องจากภัยคุกคามที่รุนแรงและเพิ่มขึ้นจากการลักลอบตัดไม้และการบุกรุกเข้าไปในเขตป่า รวมทั้งการขยายรีสอร์ทที่มีต่อคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากลของผืนป่า ซึ่งยังไม่รู้ว่า กรณีการขยายถนนสาย 304 จะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้ผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้ถูกถอดออกจากบัญชีหรือไม่


ประวัติคณะรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์

จังหวัดขอนแก่น เป็นจังหวัดที่มีคณะหมอลำที่สร้างขื่อเสียงได้รับการยอมรับทั่วภูมิภาคอีสาน โดยมีหมอลำบุญลือ หาญสุริย์ และหมอลำชวาลา หาญสุริย์ สองสามีภรรยา ได้ก่อตั้งคณะหมอลำ โดยเริ่มต้นจากการสืบทอดเจตนารมณ์ วงหมอลำ จากพ่อครูอินตา บุญทา บรมครูของหมอลำคณะรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ เดิมชื่อคณะเสียงทองบันเทิงศิลป์อินตาไทยราษฎร์ ซึ่งมีลูกศิษย์คนสำคัญ เช่น คุณพ่อบุญเยี่ยม สมพืช หัวหน้าคณะเทพประสิทธิ์ศิลป์ คุณแม่ อุษา แถววิชา หัวหน้าคณะ หนึ่งในสยาม และ คุณแม่บุญถม นามวันทา หัวหน้าคณะ ประถมบันเทิงศิลป์ ต่อมาเมื่อพ่อครูอินตา บุญทาได้เสียชีวิตลง คุณพ่อบุญเยี่ยม ก็ได้ออกไปตั้งคณะ เทพประสิทธิ์ศิลป์ (อาจยุบวงไปแล้ว )คุณแม่อุษา ก็ได้ออกไปตั้งคณะเป็นของตัวเอง ใช้ชื่อว่า หนึ่งในสยาม อยู่ที่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น จนถึงปัจจุบัน คุณแม่บุญถม ก็ได้ออกไปตั้งคณะเป็นของตัวเอง ใช้ชื่อว่า คณะประถมบันเทิงศิลป์ อยู่ที่ บ้านผือ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น มาจนถึงปัจจุบัน ทางคุณพ่อบุญถือ คุณแม่ชวาลา หาญสุริย์ ได้ร่วมกันสืบทอดเจตนารมณ์ ของพ่อครูอินตาจัดตั้งคณะใหม่ขึ้นมาให้มีความทันสมัยมากขึ้น ประมาณเมื่อปี พ.ศ. 2500 โดยให้ชื่อว่า คณะรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ มาจนถึงจนถึงปัจจุบัน
คณะรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ เป็นวงหมอลำที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่งโดยเฉพาะการแสดงลำเรื่องต่อกลอน ตั้งแต่สมัยหมอลำ บุญถือ และหมอลำ ชวาลา หาญสุรีย์ เป็นพระเอกนางเอก สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากหมอลำที่แสดง แสดงได้สมบทบาท มีกระแสเสียงที่ไพเราะนุ่มนวลทั้ง พระเอก นางเอก และตัวแสดงประกอบ โดยได้รับการฝึกฝน ถ่ายทอดจากครูหมอลำเป็น รุ่นๆ เป็นคณะหมอลำที่สืบทอด ลำเรื่องต่อกลอนลำพื้น ทำนองขอนแก่นที่ดี คณะหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีการสืบสานทำนองกลอนลำที่เป็นเอกลักษณ์แบบดั้งเดิมจากพ่อครูผู้ประสิทธิปรสาทวิชาความรู้ มีจรรยาบรรณ ในการแสดงของศิลปินหมอลำอย่างเต็มที่ และถ่ายทอดการแสดงให้แก่เยาว์ชนคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องและยาวนาน แม้จะมีกระแสวัฒนธรรมของตะวันตก หลั่งไหลทะลักเข้ามาในประเทศ แต่คณะรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ ก็สามารถที่ผสมผสานการแสดงสมัยใหม่กับพื้นบ้านกลมกลืน จนปรากฏเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนอย่างกว้างขวาง ผลงานดังกล่าว เป็นผลให้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ในการประกวดหมอลำหมู่ และประกวดดนตรีพื้นบ้าน จากสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2536 และได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติสุดยอดศิลปินอีสาน 40 ปี จังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 2547

จากภารกิจการสืบทอดศิลปะการแสดงหมอลำ ของคณะหมอลำ รัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ ทำให้คณะลำรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ ได้รับความนิยมครองใจมหาชนมาโดยตลอด สามารถนำการศิลปะการแสดงนั้นให้ขึ้นมาทัดเทียมกับศิลปะการแสดงของสากล อย่างน่าภูมิใจ จากเกียรติคุณในการสร้างสรรค์ผลงานสืบทอดศิลปะการแสดงนั้นอย่างต่อเนื่อง และยืนยาว ก่อประโยชน์ต่อสังคมอย่างกว่างขวางทั้งทางศิปะวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ เป็นที่ประจักษ์ทั่วไป คณะหมอลำรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ จึงสมควรได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินพื้นบ้านอีสาน สาขาศิลปะการแสดง (สืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านอีสาน) ประจำปี พ.ศ. 2547 จาก สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อขวัญและกำลังใจในการสร้างผลงานทีมีประโยชน์ต่อท้องถิ่นอีสานและประเทศชาติสืบไป
รางวัลและเกียรติคุณที่ได้รับ
- โล่รางวัลการประกวดหมอลำ สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย จังหวัดขอนแก่น 2521
- ประกวดดนตรีพื้นบ้านและการแสดงพื้นบ้านจากสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ 2536
- โล่รางวัลเชิดชูเกียรติสุดยอดศิลปินอีสาน 40 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- รางวัลชนะเลิศการประกวดหมอลำหมู่ จากกระทรวงวัฒนธรรม (รับที่ มข. )
- รางวัลชนะเลิศการประกวดหมอลำหมู่ จากกระทรวงวัฒนธรรม (รับที่ ม.ศรีนครินทรวิโรฒม์ สารคาม )
- รางวัลแชมป์หมอลำโล่พระราชทานปี 2546
ผลงานบริการสังคม
- ได้เผยแพร่การแสดงหมอลำเรื่องลำต่อกลอนทำนองขอนแก่น ณ ประเทศฮ่องกง พ.ศ.2545
- ลำรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ลำส่งเสริมประชาธิปไตย
ผลงานด้านอื่น ๆ 
- มีกระแสเสียงที่ไพเราะมีพลังก้องกังวาล สามารถลำได้ทั้งคืน สามารถแต่งกลอนลำ มีวิจารณญาณ      กลั่นกรองเป็นผู้มีจิตใจยึดมั่นในหลักธรรมะ
- ให้ความช่วยเหลือสังคมทั้งสถาบันการศึกษา สถาบันทางศาสนา รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมาโดยตลอด

 "โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ)"
 
เริ่มต้นจากเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 54 นายสมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และคณะ ได้เข้าหารือพิจารณาจุดก่อสร้าง สะพานฯ ต่อท่านเจ้าแขวงบอลิคำไซ โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นของที่ตั้งโครงการ คือ แยกออกจากทางหลวงหมายเลข 212 ตอนหนองคาย-บึงกาฬ บริเวณ ก.ม.123+500 ด้านซ้ายทางบ้านเชือมเหนือ ต.ไคลี จ.บึงกาฬ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 13 ก.ม. ความกว้างของแม่น้ำโขงบริเวณนี้ อยู่ที่ประมาณ 0.98 กม. และข้ามแม่น้ำโขง เชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 13 ที่บ้านกล้วย เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.สาว ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาทางหลวง ที่ สปป.ลาว จะก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองปากซันด้านตะวันออก คาดว่าจะใช้งบประมาณ 2,800 ล้านบาท ภาคเอกชนบึงกาฬเชื่อมั่นว่า หากโครงการสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่าย จะสามารถเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนให้กับจังหวัดบึงกาฬมากกว่าเดิมถึง 10 เท่า ที่สำคัญ ยังเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว รองรับการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ การขนส่ง การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ตลอดจนการเตรียมความพร้อมในการเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558
"ประเสริฐ อดุลสุทธานนท์" ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่าปัจจุบันราคาที่ดินโซนจุดก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว หรือสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 5 ณ บ้านห้วยเซือมเหนือ ตำบลไคสี บนถนนสาย 212 มุ่งไปทางหนองคาย ประมาณ 12 กิโลเมตร ปรับตัวสูงขึ้นเป็นไร่ละ 1.5 ล้านบาท จากเดิมไร่ละ 5-7 แสนบาท ส่วนบริเวณรัศมี 500 เมตรแรกของถนนสาย 212 เส้นทางหนองคาย-บึงกาฬ-นครพนม ซึ่งกำลังก่อสร้างเป็น 4 เลน ปรับตัวสูงขึ้นกว่าเท่าตัว จากไร่ละ 2 ล้านบาทเป็น 6-8 ล้านบาท เลยไปอีก 500 เมตร ราคาลดหลั่นลงมาราว 5-6 ล้านบาท เนื่องจากในอนาคตมีความชัดเจนว่าถนนสายนี้จะเป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ "ปัจจุบันมูลค่าการค้าชายแดนบึงกาฬมีมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท ขณะที่ในอนาคตถนนสาย 212 จะเป็นถนนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญ เพราะมีโรงแรม ห้างสรรพสินค้า และมีศาลากลางจังหวัดแห่งใหม่ หากมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 เกิดขึ้นก็จะเพิ่มมูลค่าให้กับบึงกาฬอย่างมหาศาล"

ประเสริฐยังวิเคราะห์ว่า นอกจากสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่จะส่งผลดีต่อด้านการค้าการลงทุนแล้ว ยังเกิดประโยชน์กับภาคการท่องเที่ยวอีกด้วย เนื่องจากจังหวัดบึงกาฬมีวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ค่อนข้างสมบูรณ์ รวมไปถึงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทย ลาว และเวียดนาม และยังเชื่อมต่อไปยังจีนตอนใต้อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดสามารถตอบโจทย์ในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้อย่างชัดเจน นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ท่ามกลางสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงในจังหวัดบึงกาฬ สำหรับสะพานเชื่อมฝั่งไทย-ลาว ปัจจุบันมีอยู่แล้ว 4 แห่ง แห่งที่ 1 ข้ามแม่น้ำโขงที่หนองคาย-ท่านาแล้ง เชื่อมสู่ภาคเหนือของ สปป.ลาว แห่งที่ 2 ที่มุกดาหาร-แขวงสะหวันนะเขต เชื่อมสู่ภาคใต้ของ สปป.ลาว และเวียดนาม แห่งที่ 3 ที่นครพนม-แขวงคำม่วน เชื่อมต่อระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ไปสู่ภาคกลางของ สปป.ลาว รวมถึงภาคกลางของเวียดนามและจีน แห่งที่ 4 ที่เชียงราย-แขวงบ่อแก้ว เชื่อมต่อเชียงราย-คุนหมิง ผ่าน สปป.ลาว

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2558

นักขับที่ดีจะต้องรอบรู้เรื่องรถที่ขับขี่เป็นอย่างดี หมั่นตรวจตราแก้ไขข้อ บกพร่องอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก่อนออกเดินทางไกลควรจะได้ ตรวจอุปกรณ์เพื่อความ ปลอดภัยที่สำคัญ ๆ